Skip to main content

12 ที่เที่ยวสระแก้ว สุดชายแดนบูรพา มีอะไรน่าค้นหามากกว่าที่เคยรู้จัก!

12 ที่เที่ยวสระแก้ว สระแก้ว เป็นเมืองชายแดนสุดเส้นทางบูรพา ที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา และมีตลาดโรงเกลือเป็นตลาดการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

12 ที่เที่ยวสระแก้ว ใคร ๆ ต่างสถาปนาให้สระแก้วเป็น “ประตูสู่อินโดจีน”
มีอะไรน่าค้นหามากกว่าที่เคยรู้จัก!
หลายคนอาจยังสงสัยว่าสระแก้วมีอะไรน่าเที่ยว นอกจากสินค้าชายแดนราคาถูก ตามเรามาค่ะ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก ที่เที่ยวสระแก้ว ให้ลึกมากกว่าที่เคยรู้ จังหวัดที่รุ่มรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันสวยงาม แหล่งประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญอีกมากมาย

คำขวัญประจำจังหวัด : ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างามน้ำตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรมโบราณ ย่านการค้าไทย-เขมร

1. ตลาดโรงเกลือ



ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทยอย่าง ตลาดโรงเกลือ หรือ ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก ซึ่งอยู่ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต ประเทศกัมพูชา

ปัจจุบันมีด้วยกันถึง 5 ตลาด คือ ตลาดโรงเกลือเดิม ตลาดเดชไทย ตลาดเทศบาล 3 ตลาดเบญจวรรณ และตลาดทรัพย์สมบูรณ์ รวมแล้วมีร้านค้ามากกว่า 3,000 ร้าน มีเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องครัว ทั้งมือใหม่และมือสองให้ช้อปกันในราคาถูกแสนถูก แต่หยิบ ๆ จับ ๆ ไปมาก็อาจกระเป๋าแบนไม่รู้ตัวนะ

เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น.
ที่ตั้ง : ถนน กม.5 ฝั่งซ้าย ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว



2. ปราสาทเขาน้อยสีชมพู



ปราสาทเขาน้อย หรือ ปราสาทเขาน้อยสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาน้อยสีชมพู ในเขตตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ ห่างจากพรมแดน ไทย-กัมพูชา ประมาณ 1 กิโลเมตร

ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขาเตี้ยๆ สูงราว 80 เมตร  มีบันไดทางขึ้น 254 ขั้น แล้วเดินไปตามทางลาดอีกนิดก็ถึงบริเวณประสาท ซึ่งประกอบด้วยปรางค์ทิศเหนือ ปรางค์องค์กลาง และวิหารใต้ จากการขุดสำรวจของกรมศิลปากรได้ค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น โบราณวัตถุทำจากโลหะเครื่องปั้นดินเผา ทับหลังหินทราย 5 ชิ้น แผ่นจารึกเขาน้อย และทับหลังหินทรายแบบสมโบร์ไพรกุกอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งโบราณวัตถุต่างๆ เหล่านี้ถูกนำไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี

ที่ตั้ง : บ้านคลองน้ำใส ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว



3. อุทยานแห่งชาติปางสีดา


ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ  ด้วยลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ปกคลุมด้วยสภาพป่าหลายประเภท ทั้งป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ทั้งยังชื่อมต่อกับผืนป่ามรดกโลกอย่างดงพญาเย็น-เขาใหญ่ จึงเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด รวมถึงผีสีเสื้อหลากสีสันนับแสนตัว ซึ่งจะมีให้ชมกันในช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคมของทุกปี



ภายในอุทยานมีสถานท่องเที่ยวอยู่มาก โดยเฉพาะน้ำตก อย่าง น้ำตกปางสีดา เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นสายน้ำทิ้งตัวจากหน้าผาสูง 8 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ต่อมาคือ น้ำตกผาตะเคียน ลักษณะเป็นหน้าผาสูง 20 เมตร สายน้ำจะไหลทิ้งตัวลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ดูสวยงามมาก และน้ำตกแควมะค่า ที่ต้องเดินเท้าเข้าไป

เวลาเปิด – ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น.
ที่ตั้ง : หมู่ 7 ต.ท่าแยก อ.เมือง จ.สระแก้ว

4. ละลุ


“ละลุ” เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ทะลุ” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะ ยุบตัว หรือพังทลายของดิน เมื่อถูกลมกัดกร่อนจึงมีลักษณะเป็นรูปต่าง ๆ อาจมีรูปร่างคล้ายกำแพงเมือง หน้าผา บ้าง หรือมีลักษณะเป็นแท่ง ๆ คล้ายกับแหล่งธรรมชาติบริเวณ “แพะเมืองผี” จังหวัดแพร่ แต่มีขนาดเล็กกว่า  ซึ่งในทุกๆปี ละลุจะเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ตามแต่ลมและฝนจะช่วยกันตกแต่งชั้นดิน

เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น.
ที่ตั้ง : ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว


5. โรงเรียนกาสรกสิวิทย์


เปลี่ยนฟิลล์ไปเที่ยวโรงเรียนกันบ้าง หลายคนอาจทำหน้างงว่าไปทำไม นั่นเพราะที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนทั่วไปอย่างที่ใคร ๆ คิด แต่เป็นโรงเรียนสอนคนและควายให้ใช้ชีวิตร่วมกันได้ตามวิถีของเกษตรกร โดยจัดตั้งขึ้นตามพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อฝึกกระบือให้ทำเกษตร อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์วิถีชีวิต ความเป็นอยู่แบบพื้นบ้านที่เรียบง่ายและพอเพียง

นักท่องเที่ยวจะได้ชมแปลงนาอันกว้างใหญ่ ที่ปลูกข้าวในระยะเวลาต่าง ๆ กัน ชมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ทำนาแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงที่พักซึ่งเป็นบ้านดินให้บริการด้วย

เวลาเปิด – ปิด : เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ที่ตั้ง : ต. สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว

6. ปราสาทสด๊กก๊อกธม


ปราสาทสด๊กก๊อกธม หรือปราสาทเมืองพร้าว ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเสม็ด ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง คำว่า สต๊กก๊อกธม หมายถึง เมืองที่มีต้นกกขึ้นรกในหนองน้ำใหญ่ เป็นโบราณสถานขอมที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ก่อด้วยหินทรายและศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14  เพื่อเป็นเทวสถานของศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย มีลวดลายประดับสวยงาม ครั้งหนึ่งเคยบูรณะด้วยวิธีอนัสติโลซิส หรือการรื้อปราสาทออกมาทีละชิ้นแล้วนำกลับไปประกอบขึ้นใหม่ให้มั่นคง ปัจจุบันการบูรณะเสร็จเรียบร้อย สามารถชมความงดงามอลังการของปราสาทได้ทุกมุมมอง

เวลาเปิด – ปิด : เปิดใช้รับชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ที่ตั้ง : ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว

7. อ่างเก็บน้ำพระปรง


เป็นหนึ่งในโครงการตามแนวพระราชดำริที่สร้างขึ้นเพื่อกักน้ำฝนไว้ใช้ในหน้าแล้ง ถือเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของภาคตะวันออก ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นจุดนั่งเรือไปดูนกอ้ายงั่ว หรือนกงู นกหายากที่พบมากในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม สมกับสโลแกนที่ว่า “ล่องเรือ ตกปลา เดินป่า ที่อ่างเก็บน้ำพระปรง”

เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.
ที่ตั้ง : ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

8. วัดนครธรรม


เดิมชื่อวัดสระลพ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดนครธรรม เป็นวัดโบราณเก่าแก่วัดหนึ่ง ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ หลวงพ่อขาวหรือ หลวงพ่อปูน เป็นพระพุทธรูปโบราณนั่งขัดสมาธิ สร้างด้วยปูนขาวจากหนองดินจี่ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี  มีชื่อเสียงด้านอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ โดยเมื่อครั้งที่ได้อัญเชิญหลวงพ่อขาวจากวัดร้างบ้านจิกในปีพ.ศ.2468 ในขณะอัญเชิญมีปรากฏการณ์อัศจรรย์เกิดขึ้น  พระภิกษุสงฆ์ได้เห็นน้ำพระเนตรของหลวงพ่อขาวไหลออกมาอย่างชัดเจน  พร้อมกับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก

นอกจากนี้ภายในวิหารหลวงพ่อขาวยังประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจาก วัดปมะดุลลาราชะมหาวิหาร เมืองรัตนปุระ ประเทศศรีลังกา

เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-19.00 น.
ที่ตั้ง : ตำบลวัฒนานคร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว

9. ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง


สำหรับคนชอบผจญภัยในโถงถ้ำแล้ว ต้องไม่พลาด ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ถ้ำขนาดกลางที่วางตัวอยู่กลางภูเขา ซึ่งการเดินทางไปชมถ้ำแห่งนี้ต้องเดินทางด้วยเท้าผ่านป่าจันผาที่เป็นเขตอนุรักษ์ของชุมชน

ภายในถ้ำมีลักษณะเป็นห้องโถง กว้างขวาง อากาศถ่ายเทดี โดยแบ่งออกเป็น 4 ห้องด้วยกัน ได้แก่ ประตูสู่ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ห้องโถงอุโมงค์ใหญ่ ห้องมุกประดับเพชร และประตูสู่ปราสาทถ้ำ



ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ผนังและเพดานถ้ำ ละลานตาด้วยหินงอกหินย้อยสีขาวนวล เมื่อต้องแสงไฟระยิบระยับจะสวยงามมาก ซึ่งเกิดจากน้ำขังในแอ่งหินด้านบนภูเขา ทะลุผ่านเพดานถ้ำเป็นรูปคล้ายใบโพธิ์ จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำเพชรโพธิ์ทองนั่นเอง

เวลาเปิด – ปิด :  เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.
ที่ตั้ง : บ้านเขาเลื่อม ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว


10. ถ้ำหาดทรายแก้ว


หลังจากสำรวจถ้ำเพชรโพธิ์ทองเสร็จแล้ว เดินเท้าไปอีก 300 เมตร จะพบกับถ้ำหาดทรายแก้ว ทางเดินค่อนข้างชันเป็นขั้นบันได เป็นถ้ำขนาดเล็กไม่ใหญ่มาก


ไฮไลท์ที่สำคัญของถ้ำหาดทรายแก้ว คือการโรยตัวลงหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร เป็นกิจกรรมที่ต้องติดต่อล่วงหน้าและต้องมาเป็นหมู่คณะ 5 คนขึ้นไป มีหน้าผาให้โรยตัวอยู่ 3 จุดด้วยกัน

ใครจะมาโรยตัวที่นี่ แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่สบายตัวและยืดหยุ่นได้ดี รองเท้าควรเป็นผ้าใบจะดีที่สุด มีค่าใช่จ่ายหน้าผาละ 200 บาทต่อคน

ที่ตั้ง : บ้านเขาเลื่อม ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว


11. วัดถ้ำเขาฉกรรจ์


ตั้งอยู่บนเขาฉกรรจ์ ซึ่งเป็นเขาหินปูนขนาดใหญ่สามลูกตั้งเรียงตัวติดกัน เป็นภูเขาหินปูนดึกดำบรรพ์ อายุราว 2-4 พันปี โดยมีเขาฉกรรจ์เป็นลูกใหญ่ที่สุดและอยู่ตรงกลาง มีภูเขามิ่งอยู่ด้านซ้าย และเขาผา อยู่ด้านซ้ายและขวา

ภายในวัดถ้ำเขาฉกรรจ์ ประกอบด้วยพระอุโบสถ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ รวมถึงถ้ำน้อยใหญ่มากมาย ถ้ำที่นิยมเข้าไปชมกันคือ ถ้ำทะลุ มีลักษณะเป็นช่องเขาสองด้านที่ทะลุหากัน ภายในมีพระพุทธรูปให้กราบไหว้ พระพุทธบาทจำลอง และมีบันไดประมาณ 300ขั้น เพื่อขึ้นไปยังยอดเขาจุดชมวิว ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอเขาฉกรรจ์ได้อย่างกว้างไกล

ที่ตั้ง : ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

12. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน


สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน ตั้งขึ้นมาตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายาก รวมถึงสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นสถานีวิจัยและให้ความรู้ เกี่ยวกับสัตว์ป่าด้วย โดยเฉพาะ เป็ดก่า ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของจังหวัดสระแก้ว


นอกจากนี้ยังมีนกหลากชนิด เช่น นกแก๊ก นกเงือกกรามช้าง นกยูง นกเงือกปากย่อน หมีขอ วัวแดง ฯลฯ ด้วยบรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ขึ้นคลุมที่ทำให้อากาศเย็นสบาย ที่นี่จึงเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจพร้อม ๆ กับเก็บเกี่ยวความรู้เรื่องราวสัตว์ป่าในคราวเดียวกัน

เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.
ที่ตั้ง : ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://travel.mthai.com

Comments

Popular posts from this blog

สถานี เกษตรหลวงอินทนนท์

สถานี เกษตรหลวงอินทนนท์   เป็นสถานีวิจัยที่ดำเนินงานวิจัยทางด้านไม้ดอก-ไม้ประดับพืชผลและไม้ผล โดยความน่าสนใจของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  ก็คือ สวน 80 ที่มีดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ และโรงเรือนจัดแสดงพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ อย่างเช่น กล้วยไม้ เฟิร์น และสวนกุหลาบพันปี  # ปิโกเนีย รวมถึงโรงเรือนปลูกผัก  โดยนอกจากนี้สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ก็ยังให้บริการร้านอาหารสโมส ขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติ ซึ่งมีเมนูหลากหลายชนิด คัดสรรวัตถุดิบสั่งตรงจากโครงการหลวงโดยเฉพาะผักสด สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ พิกัดหมู่บ้านขุนกลาง ตำบลห้วยหลวง เดินทางตามเส้นทางไป ดอยอินทนนท์ ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวง หมายเลข 1009 มีทางแยกขวามือ แล้วเข้าสู่สถานีอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

สวรรค์บนดินที่เคล้ามนต์เสน่ห์ ดินแดนแห่งขุนเขา ดอยอินทนนท์ จุดชมวิว กม 41

 จุดชมวิว กม 41 เป็นจุดชม วิวพระอาทิตย์ ขึ้น ทะเลหมอก ยอดนิยมอีกจุดหนึ่งของ ดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ก่อนถึงพระธาตุ จุดชมวิวที่ตั้งอยู่ระหว่างทางไปยอดดอยอินทนนท์ โดยนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา มักมาจอดรถชมทะเลหมอกในยามเช้า

ร้านอาหาร MOAI COFFEE ราชบุรี

ร้านอาหาร MOAI COFFEE ราชบุรี ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี แลนด์มาร์กสุดชิค แห่งใหม่ของสวนผึ้ง “Moai Coffee” นำรูปแบบ ประติมากรรมหิน “โมอาย” แห่งเกาะอีสเตอร์ จากอุทยานแห่งชาติลาปานุย ประเทศชิลี หนึ่งในมรดกโลกมาเป็นแนวคิดหลักในการตกแต่ง รูปปั้นเหล่านี้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และส่วนศีรษะมีขนาดใหญ่เห็นเด่นชัด นักเดินทางที่ผ่านไปมาก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ส่วนการตกแต่งภายในก็ยังคงแนวคิดลึกลับ บาคาร่า แต่แฝงความเท่โดยใช้สีดำเป็นโทนหลัก Moai Coffee มีกาแฟสดอาราบิก้าแท้ 100% ผ่านการคั่วบดอย่างดี  น้ำผลไม้ อิตาเลียนโซดา และอาหารสไตล์ Fusion Food เช่น สลัดโมอาย พอร์คชอปให้เลือกลิ้มลอง           เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. สอบถามข้อมูล : โทรศัพท์ 08 1986 6554 เว็บไซต์ : www.moai-coffee.com ขอขอบคุณแหล่งที่มา thai.tourismthailand.org