Skip to main content

6 จุดถ่ายรูปห้ามพลาดใน "ชิบูย่า" และ "ฮาราจูกุ"

6 จุดถ่ายรูปห้ามพลาด ขอแนะนำบทความนี้สำหรับสายถ่ายรูป ! เราได้รวบรวมจุดถ่ายรูปเก๋ๆ บริเวณชิบูย่า (Shibuya・渋谷) และฮาราจูกุ (Harajuku・原宿)

6 จุดถ่ายรูปห้ามพลาด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นเอง ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่สนใจมาลองถ่ายภาพสวยๆ เก็บเป็นที่ระลึกกันไหม ! "ชิบูย่า" และ "ฮาราจูกุ" สุดโด่งดังเป็นสถานที่แบบไหนกันนะ

ย่าน "ชิบูย่า" และ "ฮาราจูกุ" เป็นสถานที่ห้ามพลาดหากมาโตเกียว สามารถนั่งรถไฟจากสถานีโตเกียวไปยังทั้งสองที่ได้ภายใน 25 นาที เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งในหมู่คนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

บริเวณรอบๆ สถานี Shibuya Station มีห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงานและโรงเรียน หากเดินเข้าไปลึกๆ หน่อยก็จะพบแหล่งที่อยู่อาศัยราคาแพง วันธรรมดาจะเต็มไปด้วยพนักงานเงินเดือนและเหล่านักเรียนตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ กลุ่มวัยรุ่นและครอบครัวจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

อีกด้านหนึ่ง ฮาราจูกุเป็นเมืองต้นกำเนิดของวัฒนธรรม "คาวาอิ" (แปลว่าน่ารัก) ของญี่ปุ่นและเต็มไปด้วยร้านค้าและผู้คนซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว "Takeshita Street" หรือ "Omotesandō" ซึ่งมีชื่อเสียงนั้นก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้เช่นกัน วันนี้เราจะมาแนะนำสปอตถ่ายรูปเด็ดๆ รับรองว่าหากถ่ายรูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์คแล้วจะต้องปังแน่ๆ !

1. ห้าแยกชิบูย่า [ชิบูย่า]


ทุกท่านคงเคยได้ยินกันบ้างกับ "ห้าแยกชิบูย่า" (スクランブル交差点) สถานที่ขึ้นชื่อในชิบูย่า หากท่านต้องการมาที่ห้าแยกนี้ให้ออกจากสถานี Shibuya Station โดยทางออก Hachiko จะดีที่สุด ช่วงที่คับคั่งจะมีคนรอข้ามสัญญาณไฟที่แยกนี้ถึง 3,000 คนใน 1 ครั้งเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ถึงถูกเรียกว่าเป็น "แยกที่ใหญ่ที่สุดในโลก" นั่นเอง หากถ่ายรูปจากถนนเลยก็ไม่แย่ แต่เราก็ขอแนะนำมุมทิวทัศน์จากร้าน "Starbucks Coffee" ที่ชั้น 2 ของร้าน "TSUTAYA" ให้ท่านได้เพลิดเพลินไปพร้อมๆ กับการดื่มชาหรือกาแฟ

ปัจจุบันหากมีงานเทศกาล (เช่น ฮัลโลวีน ปีใหม่) คนจะเยอะมากจนไม่สามารถขยับตัวได้เลยทีเดียว ส่วนรอบๆ สถานีก็จะกลายเป็นถนนคนเดิน

ทั้งนี้ ต่อให้ไม่มีงานเทศกาลก็มีผู้คนที่เดินทางมาจากทุกสารทิศเพื่อข้ามแยกดังกล่าว ดังนั้นหากมาชิบูย่าแล้วล่ะก็อย่าลืมลองมาข้ามสักครั้ง อย่างไรก็ตาม บริเวณห้าแยกอาจจะมีผู้คนหนาแน่นมาก ไม่ว่าจะถ่ายรูปจากมุมไหนจึงน่าสนใจทั้งนั้น !

2. ถนนเซนเตอร์ไก [ชิบูย่า] (センター街)


เมื่อข้ามห้าแยกชิบูย่าไปและเดินไปเรื่อยๆ จะพบกับถนนเซนเตอร์ไกแห่งนี้ บริเวณรอบๆ จะเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านเสื้อผ้ามากมาย โดยเฉพาะร้านนั่งดื่มหรือร้านราเม็งจะมีจำนวนมากเป็นพิเศษ ทำให้ที่นี่เป็นจุดน่าถ่ายรูปพร้อมๆ กับเพลิดเพลินกับอาหารแสนอร่อย ที่นี่มักจะคึกคักไปด้วยผู้คนอยู่ตลอด เมื่อตกกลางคืนก็ยังมีแสงนีออนหลากสี เป็นภาพที่สุดยอดอีกภาพหนึ่งเลยใช่ไหมล่ะ

3. Hakuri Tabai Hanbey [ชิบูย่า] (薄利多賣半兵ヱ)


ร้านนั่งดื่ม "Hakuri Tabai Hanbey" แห่งนี้อาจไม่ได้รับการแนะนำในหนังสือท่องเที่ยวมากนัก แต่เป็นร้านแนะนำสำหรับท่านที่ต้องการสัมผัสชิบูย่าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ที่นี่สร้างขึ้นโดยมีธีมเป็นยุคโชวะ (ช่วงปี 1970-1980) ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและอาหารญี่ปุ่นสมัยโบราณ ข้างในร้านยังตกแต่งสไตล์ไม่ซ้ำใคร โดยผนังด้านหนึ่งจะเต็มไปด้วยโปสเตอร์สมัยก่อนและหลายๆ ที่ยังประดับตกแต่งด้วยของเล่นดีบุก

นอกจากบรรยากาศภายในร้านแล้ว กับแกล้มญี่ปุ่นยอดนิยมอย่าง "เนื้อเสียบไม้ย่าง (50 เยนขึ้นไป)"  "โอเด้ง (60 เยนขึ้นไป)" หรือ "ซาชิมิ (190 เยน)" และสาเกที่มีเป็ดสุดน่ารักลอยอยู่ก็ยังเหมาะกับการถ่ายรูปด้วยเช่นกัน

(ในชิบูย่าทั้งหมดมี 2 สาขา)

 [ข้อมูลร้าน Hakuri Tabai Hanbey สาขา Shibuya Dogenzaka]

เวลาเปิดทำการ: 17:00 -1:00(อาทิตย์-พฤหัสบดี), 17:00 - 3:00 ศุกร์ เสาร์ และวันหยุดราชการ)

วันหยุด:ไม่มี

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR, รถไฟเอกชน, รถไฟใต้ดินมาลงที่ Shibuya Station และเดิน 3 นาทีจากทางออก Hachiko

ที่ตั้ง:  1-6-8 Dogenzaka, Shibuya-ku, Tokyo Kusumoto 2nd Building 1st Floor(Google Map)

เว็บไซต์:www.hanbey.com(ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)


[ข้อมูลร้าน Hakuri Tabai Hanbey สาขา Shibuya Center Street Udagawa Town Kobano Neighborhood]

เวลาเปิดทำการ: 17:00 - 0:00 (อาทิตย์-พฤหัสบดี), 17:00 - 3:00 ศุกร์ เสาร์ และวันหยุดราชการ)

วันหยุด:ไม่มี

การเดินทาง:  นั่งรถไฟ JR, รถไฟเอกชน, รถไฟใต้ดินมาลงที่ Shibuya Station และเดิน 5 นาทีจากทางออก Hachiko

ที่ตั้ง: 31-4 Udagawa cho, Shibuya-ku, Tokyo 2nd floor of Shinodabi(Google Map)

เว็บไซต์:www.hanbey.com(ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น)

4. สถานีฮาราจูกุ [ฮาราจูกุ] (原宿駅)


มาพูดถึงย่านฮาราจูกุกันบ้าง โดยสถานที่แรกที่อยากแนะนำคือ 'สถานีฮาราจูกุ' แห่งนี้ เป็นสถานีที่สร้างจากไม้ 2 ชั้น เก่าและให้ความรู้สึกหนักแน่นเมื่อเทียบกับสถานีอื่นๆ ในเมือง นอกจากนี้ยังอยู่ติดกับพื้นที่ของศาลเจ้า Meiji Shrine อันร่มรื่น ทำให้สามารถสัมผัสบรรยากาศอันแตกต่างได้ที่นี่

หากถ่ายรูปช่วงกลางวันจะได้ภาพที่มีท้องฟ้าสดใสและต้นไม้สีเขียวเป็นพื้นหลัง และถ้าหากถ่ายรูปช่วงเย็นๆ ค่ำๆ ที่คนเริ่มน้อยลงนั้นก็จะได้ภาพสถานีฮาราจูกุที่สวยอีกแบบ ที่นี่เป็นสถานีซึ่งมีบรรยากาศเปลี่ยนไปตามเวลา ดังนั้นเมื่อลงรถแล้วก็อย่าลืมหันกลับไปมองด้านหลังด้วยนะ

5. MOSHI MOSHI BOX [ฮาราจูกุ] (MOSHI MOSHI BOX)


นาฬิกาแขวนผนังขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยของน่ารักๆ จำนวนมากนี้เป็นส่วนหนึ่งของจุดแนะนำการท่องเที่ยว จุดแนะนำการท่องเที่ยวของฮาราจูกุนี้สามารถเดินทางไปได้โดยเดินผ่าน Takeshita Street ซึ่งอยู่ด้านหน้าสถานี "Harajuku Station" สาย Yamate Line ของ JR แล้วข้ามแยก "Takeshita Ticket Gate" จากนั้นจะอยู่ทางซ้ายมือ ที่นี่นอกจากจะมีการตกแต่งแสนน่ารักแล้ว ก็ยังเป็นแหล่งทอดเที่ยวยอดนิยมของฮาราจูกุและแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น Wi-fi ฟรี ปลั๊กไฟ ส่งของ เป็นต้น

[ข้อมูล MOSHI MOSHI BOX]

เวลาเปิดทำการ: 10:00 - 18:00

วันหยุด: ไม่มี

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Yamate Line มาลงที่ "Harajuku Station" และเดิน 8 นาทีจาก Takeshita Ticket Gate

ที่ตั้ง: 3-23-5 Jingumae, Shibuya-ku, Tokyo 1F(Google Map)

เว็บไซต์:www.moshimoshi-nippon.jp/

เว็บไซต์:www.moshimoshi-nippon.jp/zh-hant/(ภาษาจีน)

เว็บไซต์:www.moshimoshi-nippon.jp/ja/ (ภาษาญี่ปุ่น)

6. งานศิลปะในฮาราจูกุ [ฮาราจูกุ] (原宿のオブジェ)


งานศิลปะซึ่งเป็นตัวอักษรคันจิ "原宿" ของคำว่า "ฮาราจูกุ" นี้ตั้งอยู่ตรงกำแพงของร้าน "ABC-MART สาขาฮาราจูกุ" โดยเดินผ่าน Takeshita Street และร้านจะตั้งอยู่ทางขวามือ ที่นี่เป็นสถานที่ลับซึ่งแม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ไม่รู้จัก งานศิลปะนี้เป็นตัวอักษรคันจิ ทำให้ภาพที่ถ่ายนี้สามารถบอกเล่าความทรงจำขณะมาญี่ปุ่นได้อย่างแน่นอน


[ข้อมูลงานศิลปะในฮาราจูกุ]

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Yamate Line มาลงที่ "Harajuku Station" และเดิน 5 นาทีจาก Takeshita Ticket Gate

ที่ตั้ง: 1-9-18 Jingumae, Shibuya-ku, Tokyo(Google Map)


วันนี้เราได้คัดเลือกและแนะนำจุดถ่ายรูปตั้งแต่สถานที่โด่งดังไปจนถึงสถานที่ลับซึ่งแม้แต่คนญี่ปุ่นก็ยังไม่รู้จักกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็อยู่ใกล้กับสถานีหรือเดินไปไม่ไกล ดังนั้นห้ามพลาดเลยล่ะ ! แน่นอนว่าสถานที่ยอดนิยมอย่าง "SHIBUYA109" "Takeshita Street" หรือ "Omotesandō" ก็เป็นสถานที่ถ่ายรูปที่ระลึกห้ามพลาดเช่นกัน!

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.tsunagujapan.com

Comments

Popular posts from this blog

สถานี เกษตรหลวงอินทนนท์

สถานี เกษตรหลวงอินทนนท์   เป็นสถานีวิจัยที่ดำเนินงานวิจัยทางด้านไม้ดอก-ไม้ประดับพืชผลและไม้ผล โดยความน่าสนใจของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  ก็คือ สวน 80 ที่มีดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ และโรงเรือนจัดแสดงพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ อย่างเช่น กล้วยไม้ เฟิร์น และสวนกุหลาบพันปี  # ปิโกเนีย รวมถึงโรงเรือนปลูกผัก  โดยนอกจากนี้สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ก็ยังให้บริการร้านอาหารสโมส ขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติ ซึ่งมีเมนูหลากหลายชนิด คัดสรรวัตถุดิบสั่งตรงจากโครงการหลวงโดยเฉพาะผักสด สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ พิกัดหมู่บ้านขุนกลาง ตำบลห้วยหลวง เดินทางตามเส้นทางไป ดอยอินทนนท์ ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวง หมายเลข 1009 มีทางแยกขวามือ แล้วเข้าสู่สถานีอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

สวรรค์บนดินที่เคล้ามนต์เสน่ห์ ดินแดนแห่งขุนเขา ดอยอินทนนท์ จุดชมวิว กม 41

 จุดชมวิว กม 41 เป็นจุดชม วิวพระอาทิตย์ ขึ้น ทะเลหมอก ยอดนิยมอีกจุดหนึ่งของ ดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ก่อนถึงพระธาตุ จุดชมวิวที่ตั้งอยู่ระหว่างทางไปยอดดอยอินทนนท์ โดยนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา มักมาจอดรถชมทะเลหมอกในยามเช้า

ร้านอาหาร MOAI COFFEE ราชบุรี

ร้านอาหาร MOAI COFFEE ราชบุรี ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี แลนด์มาร์กสุดชิค แห่งใหม่ของสวนผึ้ง “Moai Coffee” นำรูปแบบ ประติมากรรมหิน “โมอาย” แห่งเกาะอีสเตอร์ จากอุทยานแห่งชาติลาปานุย ประเทศชิลี หนึ่งในมรดกโลกมาเป็นแนวคิดหลักในการตกแต่ง รูปปั้นเหล่านี้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และส่วนศีรษะมีขนาดใหญ่เห็นเด่นชัด นักเดินทางที่ผ่านไปมาก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ส่วนการตกแต่งภายในก็ยังคงแนวคิดลึกลับ บาคาร่า แต่แฝงความเท่โดยใช้สีดำเป็นโทนหลัก Moai Coffee มีกาแฟสดอาราบิก้าแท้ 100% ผ่านการคั่วบดอย่างดี  น้ำผลไม้ อิตาเลียนโซดา และอาหารสไตล์ Fusion Food เช่น สลัดโมอาย พอร์คชอปให้เลือกลิ้มลอง           เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. สอบถามข้อมูล : โทรศัพท์ 08 1986 6554 เว็บไซต์ : www.moai-coffee.com ขอขอบคุณแหล่งที่มา thai.tourismthailand.org