Skip to main content

9 สถานที่ ถ่ายรูปสวยๆนิวยอร์ก สุดคูล เมืองในฝันที่ใครๆต่างก็อยากมาเที่ยว

สถานที่ ถ่ายรูปสวยๆนิวยอร์ก เมืองนิวยอร์ก จัดเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญติดอันดับท็อปของโลก และเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา

สถานที่ ถ่ายรูปสวยๆนิวยอร์ก ขอคัดสรรที่ เที่ยวนิวยอร์ก สุดคูลมาให้ชมกัน ซึ่งนิวยอร์กซิตี้นั้นเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของโลกอีกด้วย ใครๆต่างก็อยากจะแวะมาที่นี่ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเรา พอได้มีโอกาสก็ไม่รอช้ารีบมาเที่ยวพร้อมกับเพื่อนๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการเที่ยวในฤดูหนาวที่อุณหภูมิติดลบเราก็ไม่สน

เที่ยวนิวยอร์ก ถ้าได้มาแล้วจะติดใจ
นอกจากนี้แล้วเมืองนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้เลือกตามความชอบของแต่ละคนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสายกิน สายชิล สายอาร์ท หรือจะสายเที่ยวกลางคืน เรียกว่ามีพร้อมทุกอย่าง เราเลยขอคัดสถานที่ที่สายมิกซ์อย่างเราคิดว่าเด็ดมาให้เพื่อนๆชมกัน เอาล่ะเสื้อโค๊ทพร้อม รองเท้าบู๊ทพร้อมก็ลุยค่ะ

1.Brooklyn Bridge
สะพานบรูคลิน


สะพานบรู๊คลินเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างฝั่งแมนฮัตตันกับฝั่งบรู๊คลินเข้าไว้ด้วยกัน เป็นสถานที่แรกๆที่เรานึกถึงเมื่อพูดถึงเมืองนิวยอร์กเลย เพราะที่นี่ชอบปรากฏให้เห็นอยู่ในหนังดังบ่อยๆ อย่างเช่นเรื่อง Step Up หรือถ้าเราอยากจะเสิร์ชรูปเมืองนิวยอร์ก มุมนี้จะต้องขึ้นมาให้เห็นเยอะแยะตลอดเวลา เราเลยต้องขอแวะมาบ้าง และที่สำคัญเราจะไม่แค่กดชัตเตอร์ถ่ายภาพอย่างเดียวแต่เราจะเดินข้ามสะพานความยาว 486.3 เมตรนี้ด้วย ในยามที่อุณหภูมิประมาณ 0 องศาเซลเซียส และมีลมเย็นๆพัดผ่านตลอดเวลา บอกได้เลยว่า หูชาาาาจ้า

2.Central Park


สวนสาธารณะขนาด 843 เอเคอร์ ตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตันทำหน้าที่เปรียบเสมือนปอดที่ใช้สำหรับฟอกอากาศเสียให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับชาวเมือง แถมยังเป็นสถานที่ที่ถูกนำไปใช้ในการถ่ายหนังมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยนะ ตอนที่เราได้แวะเข้าไปเยี่ยมชมที่นี่รู้สึกว่าไม่เหมือนสวนสาธารณะ มันเหมือนป่ามากกว่า คือมันมีต้นไม้สีเขียวทั้งต้นใหญ่ๆ และต้นเล็กปะปนกันไป มีบ่อน้ำ แถมอากาศในสวนแห่งนี้ก็มีความชื้นและความเย็นสูงกว่าอากาศด้านนอกอีก คิดดูว่าตอนที่ยังไม่ก้าวขาเข้าไปด้านในอ่ะ ก็อุณหภูมิ 2 องศาเซลเซียสแล้วอ่ะ เรากับเพื่อนก็แบบ เอ้าแกพร้อมมั้ย 1 2 3 ฮึบ พอได้เข้าไปปั๊บก็ตัวสั่นเลย และยังต้องดูแผนที่ไปด้วย เพราะไม่อย่างนั้นหลงทางแน่ๆ

Location : ถนน 59th ถึง 110th Street, Manhattan Borough, from Central Park West to 5th Avenue, New York City, NY 10022

เวลาทำการ : 6:00 AM – 1:00 AM


3.Cooper Hewitt, Smithsonian Design Museum


สายอาร์ทอย่างเรามาถึงนิวยอร์กก็ต้องขอเข้ามิวเซียมซักหน่อยเนาะ พิพิธภัณฑ์คูเปอร์ฮิววิท นี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นเรื่องงานออกแบบเป็นพิเศษ อยู่ภายใต้การดูแลของ Smithsonian Institution ตั้งอยู่บริเวณ Upper East Side ของเกาะแมนฮัตตัน ย่านที่เรียกว่ามีแต่คนรวยมากๆมาอยู่กัน เพื่อนๆน่าจะคุ้นเคยกับย่านนี้เพราะเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีย์ดังเรื่อง Gossip Girl กลับมาที่เรื่องของเรา เมื่อเพื่อนบอกว่าอยากมาที่นี่ เราก็ตามๆเค้ามาซึ่งเราเป็นคนที่ไม่เคยมีข้อมูลอะไรเลย อยากพาไปไหนก็ไป พอมาถึงและได้เข้าไปเยี่ยมชมด้านใน โห เราชอบมากเลยอ่ะ มีทั้งงานสิ่งพิมพ์ตั้งแต่ยุคเก่าก่อน งานสถาปัตยกรรม งานเฟอร์นิเจอร์ และที่สำคัญคือเค้าจะให้อุปกรณ์สุดเท่ชิ้นนึงกับทุกคนที่เข้ามาในพิพิธภัณฑ์นี้ เราขอเล่ารายละเอียดในพาร์ทถัดไปละกันนะ ยังงัยก็แล้วแต่เราขอแนะนำว่าคนที่เรียนมาสายออกแบบไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

 Location : 2 E 91st St, New York, NY

เวลาทำการ : 10AM–6PM



4.Museum of Modern Art (MOMA)


พิพิธภัณฑ์ MOMA หรือชื่อเต็มว่า Museum of Modern Art นี้ตั้งอยู่บริเวณ Midtown แมนฮัตตัน เป็นสถานที่เก็บรวบรวมงานศิลปะในยุคโมเดิร์นจากทั่วโลกเอาไว้มากมาย มีทั้งผลงานศิลปะที่ตั้งถาวรและมีนิทรรศการดีๆผลัดเปลี่ยนกันมาให้ชมทั้งปี นอกจากจะมีชิ้นงานศิลปะแล้วที่นี่ยังมีร้านขายของที่ระลึกขนาดใหญ่และร้านขายหนังสือเกี่ยวกับงานศิลปะให้เราเลือกเสียเงินอีกด้วย


Location : 11 West 53 Street, New York, NY

เวลาทำการ : 10.30 AM–5.30 PM

ค่าเข้าใช้บริการการ $25 ส่วนใครที่มีบัตรนักเรียนก็จ่ายเพียงแค่ $14 เท่านั้น



5.The High Line


ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่เพิ่งเปิดใช้ได้ไม่กี่ปีนี้เอง จุดเด่นของ The High Line คือเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าที่พัฒนามาจากทางเดินรถไฟสายเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ทางผู้ดูแลเลยปรับทัศนียภาพของที่นี่ใหม่ เปลี่ยนพื้นที่เก่าๆ รกๆ ให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวที่ถูกจัดวางได้อย่างลงตัว มีมุมให้นั่งชมวิวพักกายพักใจอยู่ตลอดเส้นทาง และยังมีวิวจากมุมสูงให้ดูอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นถ้าเราเดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆ ก็จะไปเจอกับแม่น้ำฮัดสันที่เป็นแม่น้ำสายหลักของเกาะ แมนฮัตตันอีกด้วยนะ สดชื่นและรื่นรมย์จริงๆ (แต่พอเป็นหน้าหนาวมันก็จะหน้าชา หน่อยๆ)

Location : เริ่มต้นที่ถนน Gansevoort Street ในย่าน Meatpacking จนถึงถนน West 34th Street ตัดกับถนน 10th และ 12th Avenues.

เวลาทำการ :  7AM–10PM

6.Time Square


Time Square เป็นแยกที่มีความคึกคัก เป็นสถานที่ใช้สำหรับการโฆษณาสินค้าที่ดังที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีนักท่องเที่ยวมาแวะเวียนอยู่เสมอ มีทั้งแหล่งช็อปปิ้งและมุมถ่ายรูป ใครมาถึงนิวยอร์กก็ต้องมาเจิมที่นี่ กดชัตเตอร์ซักทีสองที และแน่นอนว่าวิวก็คือป้ายโฆษณาของแบรนด์ต่างๆที่มีอยู่ทั่วบริเวณนี้เอง (ช่วงที่เราไปคือแบบมีป้ายโฆษณาที่เป็นภาษาจีนอยู่หลายอันเลย เลยแอบคิดว่าเอ๊ะที่นี่นิวยอร์กหรือฮ่องกงกันแน่ งงจัง) จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมค่าเช่าพื้นที่โฆษณาในบริเวณนี้จะมีราคาสูงลิ่ว ส่วนช่วงที่ฮ็อทที่สุดของไทม์สแควร์ก็คงจะไม่พ้นช่วงปีใหม่ ที่คนจากทั่วทุกมุมโลกต่างหลั่งใหลกันมาเคาท์ดาวน์กันที่นี่ ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญเลยทีเดียว ใครที่อยากจะมาสัมผัสบรรยากาศข้ามปีที่นี่ก็ขอแนะนิดนึงว่าต้องมารอกันตั้งแต่หัววันและห้ามไปไหนไม่งั้นก็จะไม่ได้พื้นที่นับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ที่ดีที่สุด

Location : ทางแยกถนน Broadway และถนน 7th Avenue ช่วงถนน 42nd ยาวไปจนถึง 47th Streets

เวลาทำการ :  ทั้งวัน

7.Williamsburg


วิลเลี่ยมส์เบอร์กเป็นย่านชุมชนที่อยู่ทางฝั่งบรู๊คลิน ในช่วงปลายยุค 90s พื้นที่บริเวณนี้ก็ได้กลายมาเป็นย่านฮิปสเตอร์ มีงานอาร์ทให้เห็นอยู่ทั่ว รวมไปถึงบาร์แนวอินดี้ และอาร์ทแกลเลอรี่มากมาย ในช่วงแรกๆที่ค่าเช่ายังไม่สูงมาก ทำให้กลุ่มวัยรุ่นสามารถเช่าที่แล้วสร้างธุรกิจของตัวเองได้ ในย่านนี้เรียกว่ามีทุกอย่างครบตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ ร้านเสื้อมือสอง ร้านแว่น แต่ราคานี่ไม่เบาเลย ถ้าอยากได้จริงๆก็ต้องยอมจ่ายอ่ะเนอะ เพราะเค้าบอกว่ามันเป็นงานแฮนด์เมด ร้านส่วนใหญ่จะตั้งกระจายๆกันอยู่ตามซอยนั้นซอยนี้ แต่ก็จะมีโซนที่มีร้านกระจุกตัวเดินช็อปปิ้งกันได้เพลินๆเลยก็คือถนน Bedford N 3rd ถึง N 11st และที่สนุกไปกว่านั้นอีกก็คือในช่วงหน้าร้อนเค้าจะมี Flea Market หรือตลาดนัดกลางแจ้งตั้งแผงขายกันบริเวณริมแม่น้ำชิลๆด้วย เก๋ป่ะล่ะ

ขอแนะนำนิดนึงว่าร้านส่วนใหญ่ปิดวันจันทร์นะจ๊ะ

Location :  ถนน Bedford N 3rd ถึง N 11st


8.Flatiron Building


ตึกนี้ก็เป็นแลนด์มาร์คสำคัญแห่งหนึ่งของนิวยอร์คที่ไม่ควรพลาด เค้าเรียกกันว่าเป็นตึกทรงเตารีดเพราะด้วยรูปทรงที่เป็นสามเหลี่ยมนั่นเอง มีความสูงทั้งหมด 22 ชั้น สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1902 เป็นตึกที่เราว่ามันถ่ายรูปยากมาก เพราะรูปทรงแปลกๆของมันเนี่ยล่ะ แต่ยิ่งดูก็ยิ่งมีสเน่ห์ ตัวตึกเป็นสไตล์เรอเนสซองส์ผสมผสานกับแบบ Beaux-Arts ดูมีความคลาสสิคเหนือกาลเวลามาจนทุกวันนี้ ส่วนรอบๆบริเวณนี้ก็มีทั้งร้านขายของที่ระลีก ร้านเลโก้ ร้านคาเฟ่ ให้ได้เลือกตามชอบ

Location : 175 5th Ave, New York, NY


9.New York Public Library


ที่นี่ก็เป็นหอสมุดประชาชนแห่งเมืองนิวยอร์ก และเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังดังอย่างเรื่อง The day after tomorrow ทุกอย่างด้านในยังคงความคลาสสิคเอาไว้ มีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บบันทึกเรื่องราวของการทำหนังสือ และวงการอุตสาหกรรมการพิมพ์เอาไว้ให้ผู้ที่สนใจมาหาความรู้ด้วย ส่วนสำคัญที่จะขาดไม่ได้ก็คือโถงขนาดใหญ่และชั้นวางหนังสือที่ทำไว้ให้ชาวเมืองนิวยอร์กมานั่งอ่านหนังสือเพิ่มเติมความรู้กัน แถมยังมีนิทรรศการหมุนเวียนจัดให้ชมกันตลอดทั้งปี ข้อดีอีกอย่างที่ทำให้คนสามารถแวะมาได้ง่ายคือสถานที่ที่ตั้งอยู่บนถนน 5th Ave ใกล้กับสถานที่สำคัญหลายๆแห่งในเมืองนิวยอร์ก เรียกว่าถ้าจะนั่งรถไฟไปแวะแลนด์มาร์คยังงัยก็ต้องผ่านบริเวณนี้

Location : 476 5th Ave, New York, NY

เวลาทำการ :  10AM–7.45PM


สรุป
การจะ เที่ยวนิวยอร์ก นั้นสามารถมาเที่ยวได้ทั้งวันทั้งคืน และมาเที่ยวได้ทุกฤดูเลย ถ้าอยากชิลหน่อยช่วงฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือนตุลาคม ถึงธันวาคมน่าจะดีที่สุดนะ อากาศเย็นกำลังดี แถมยังมีที่เที่ยวทุกอย่างทุกแนวให้เลือกตามสไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นมิวเซียม สวนสาธารณะ ย่านช็อปปิ้ง แหล่งรวมอาร์ทติส ชาวอินดี้ทั้งหลาย และยังมีวัฒนธรรมของคนทั้งโลกมารวมกันอยู่ที่นี่ด้วย เอาเป็นว่ามันสนุกมากๆเลย

ขอบคุณแหล้งที่มา https://dayinus.com

Comments

Popular posts from this blog

สถานี เกษตรหลวงอินทนนท์

สถานี เกษตรหลวงอินทนนท์   เป็นสถานีวิจัยที่ดำเนินงานวิจัยทางด้านไม้ดอก-ไม้ประดับพืชผลและไม้ผล โดยความน่าสนใจของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์  ก็คือ สวน 80 ที่มีดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ และโรงเรือนจัดแสดงพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ อย่างเช่น กล้วยไม้ เฟิร์น และสวนกุหลาบพันปี  # ปิโกเนีย รวมถึงโรงเรือนปลูกผัก  โดยนอกจากนี้สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ก็ยังให้บริการร้านอาหารสโมส ขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติ ซึ่งมีเมนูหลากหลายชนิด คัดสรรวัตถุดิบสั่งตรงจากโครงการหลวงโดยเฉพาะผักสด สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ พิกัดหมู่บ้านขุนกลาง ตำบลห้วยหลวง เดินทางตามเส้นทางไป ดอยอินทนนท์ ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวง หมายเลข 1009 มีทางแยกขวามือ แล้วเข้าสู่สถานีอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

สวรรค์บนดินที่เคล้ามนต์เสน่ห์ ดินแดนแห่งขุนเขา ดอยอินทนนท์ จุดชมวิว กม 41

 จุดชมวิว กม 41 เป็นจุดชม วิวพระอาทิตย์ ขึ้น ทะเลหมอก ยอดนิยมอีกจุดหนึ่งของ ดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ก่อนถึงพระธาตุ จุดชมวิวที่ตั้งอยู่ระหว่างทางไปยอดดอยอินทนนท์ โดยนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา มักมาจอดรถชมทะเลหมอกในยามเช้า

ร้านอาหาร MOAI COFFEE ราชบุรี

ร้านอาหาร MOAI COFFEE ราชบุรี ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี แลนด์มาร์กสุดชิค แห่งใหม่ของสวนผึ้ง “Moai Coffee” นำรูปแบบ ประติมากรรมหิน “โมอาย” แห่งเกาะอีสเตอร์ จากอุทยานแห่งชาติลาปานุย ประเทศชิลี หนึ่งในมรดกโลกมาเป็นแนวคิดหลักในการตกแต่ง รูปปั้นเหล่านี้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และส่วนศีรษะมีขนาดใหญ่เห็นเด่นชัด นักเดินทางที่ผ่านไปมาก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ส่วนการตกแต่งภายในก็ยังคงแนวคิดลึกลับ บาคาร่า แต่แฝงความเท่โดยใช้สีดำเป็นโทนหลัก Moai Coffee มีกาแฟสดอาราบิก้าแท้ 100% ผ่านการคั่วบดอย่างดี  น้ำผลไม้ อิตาเลียนโซดา และอาหารสไตล์ Fusion Food เช่น สลัดโมอาย พอร์คชอปให้เลือกลิ้มลอง           เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. สอบถามข้อมูล : โทรศัพท์ 08 1986 6554 เว็บไซต์ : www.moai-coffee.com ขอขอบคุณแหล่งที่มา thai.tourismthailand.org